เมื่อน้องแฮมป่วย ตัวเย็นเฉียบ  

   ภัยที่มากับหน้าหนาว

   ช่วงนี้อากาศค่อนข้างเปลี่ยนแปลง ลมหนาวเริ่มพัดมา กลางวันบางวันก็ร้อน แต่พอตกเย็นก็อากาศกลับเย็น หนูแฮมสเตอร์มีโอกาสป่วยไม่สบายได้เหมือนกันค่ะ อย่างเช่นที่เพื่อนๆคงจะอ่านเจอกันในเว็บบอร์ดว่า ช่วงนี้มีหนูแฮมตายกันบ่อยเหมือนกัน

   เหตุเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา น้องแฮมสเตอร์ของเราป่วย เมื่อเรากลับมาถึงบ้านก็พบว่าเค้านอนหายใจหอบ ตัวเย็น แต่ยังมีสติตอบสนองอยู่ สังเกตุจากเมื่อเอามือมาจับเค้า เค้าจะมีกระดิกขาหน่อยๆ แต่ไม่มีแรง เราลองตรวจดู หัวใจเค้ายังเต้นค่ะ

    เราตรวจดู พบว่าเค้าดูผอมลงนิดหน่อย เมื่อจับเค้ายกขึ้นมา ตัวเค้าอ่อนปวกเปียก จึงตัดสินใจว่า ดึกมากขนาดนี้ คือประมาณ 5 ทุ่มก็คงจะต้องพาไปที่ โรงพยาบาลสัตว์จุฬา เพราะมีแผนกพิเศษสำหรับสัตว์เล็ก เปิด 24 ชั่วโมง ก็เลยรีบเอาผ้าขนเช็ดหน้าขนหนูผืนเล็กๆห่อลูกหนูไว้ เพื่อให้อุ่น แล้วขึ้นรถแท็กซี่ไปยังโรงพยาบาล

    ข้อดีของโรงพยาบาลทั้งเกษตร และ จุฬาลงกรณ์ ที่เห็นก็คือ หากสัตว์เลี้ยงป่วย ฉุกเฉิน มีอาการหนัก สามารถบอกตอนยื่นบัตรได้เลย ทางโรงพยาบาลจะรีบตรวจให้ก่อนทันทีว่าฉุกเฉินไหม หากฉุกเฉินจริงสามารถลัดคิวได้เลย

   เมื่อมาพบคุณหมอ คุณหมอตรวจดูและท่านบอกว่า เป็นเพราะอากาศค่อนข้างเย็นและเปลี่ยนแปลงบ่อย หรืออาจจะเกิดจากการติดเชื้อในหนูร่วมด้วย ซึ่งหนูจะยังมีการเต้นของหัวใจเป็นปกติ แต่อุณหภูมิร่ายกายลดต่ำมาก การให้น้ำยังไม่ควรทำ เพราะ เมื่อเราลองอ้าปากเค้าจะควบคุมปากไม่ค่อยได้ เมื่อเราลองเอาซริงค์ป้อนน้ำเปล่าเข้าปาก ปรากฏว่าน้ำไหลออกมาหมด เค้ากลืนไม่ได้ หมอบอกว่าหากเป็นแบบนี้จะป้อนไม่ได้ อันตราย จะสำลัก

   การให้อาหาร หรือกลูโคส เกลือแร่ในขณะนี้ก็จะไม่สามารถให้ได้ เช่นกัน เพราะการฉีดเข้าร่างกาย หนุแฮมสเตอร์ซึ่งตัวเล็กจะ ทำให้ความดันร่างกายเปลี่ยน และทำให้ลูกหนูน็อค เช่นกัน

   ดังนั้นสิ่งที่ควรทำก็คือ พยายามอย่าเคลื่อนย้ายหนู หากเป็นกรณีนี้หากใครเจออย่างเราอย่าพยายามให้เค้าเดินทาง เพราะจะทำให้อาการยิ่งทรุด และหลังจากนั้นให้ทำการกกไฟ ซึ่งการกกไฟจะเป็นการให้ความอบอุ่นแก่ลูกหนู คุณหมอแนะนำว่าให้รีบพาหนูกลับบ้านไปกกไฟ โดยระหว่างทางกลับบ้านให้เอาผ้าห่อตัวเค้าไว้ อย่าห่อหมด ให้ห่อแต่ตัว โดย เหลือส่วนหัวโผล่ออกมา เพื่อให้ร่างกายเค้าอุ่น

เพื่อช่วยให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น โดยทำได้ 2 วิธีคือ

1. การใช้กระเป๋าน้ำร้อน ทำโดยการเอาผ้าห่อตัวหนูไว้เช่นเดิมแล้วเอากระเป๋าน้ำร้อนมาแนบบนผ้าให้อุ่น
2. การใช้โคมไฟส่อง โคมไฟเหมือนกับโคมไฟตามห้องวิทยาศาสตร์ค่ะ ที่พอเอามือไปวางตรงแสงใกล้ๆโคมไฟ มันจะร้อนมือ ให้เรากะระยะห่าง ระหว่างโคมไฟกับหนู โดยการหงายหลังมือเพื่อวัดความร้อนจากโคมไฟ ให้เพียงแค่อุ่นๆ อย่าให้ร้อนเกินไป แล้วนำหนุไปวางตรงจุดนั้น แต่โคมไฟจะส่องตาหนูได้ และจะจ้าหรือแสบตาเกินไป จึงให้หากระดาษแข็งมาพับครึ่งและวางครอบหัวหนูไว้ดังภาพค่ะ

    เมื่อลูกหนูมีอาการดีขึ้นก็ให้ป้อนน้ำหรือนมผ่านซริงค์ไปก่อนค่ะ จนกว่าเค้าจะกินอาหารเองได้

 

Web Site Copyright ePetThailand.com, 2001. All Rights Reserved.