แฮมสเตอร์กับโรคฉี่หนู กาฬโรค และ พิษสุนัขบ้า

  แฮมสเตอร์และโรคฉี่หนู ความจริงเป็นอย่างไร

   เคยสอบถามจากคุณหมอ เรื่อง โรคฉี่หนู และ กาฬโรค คุณหมอให้ความรู้มาว่า หนูแฮมสเตอร์เองไม่สามารถผลิตเชื้อกาฬโรค หรือ เชื้อโรคฉี่หนูเองได้ค่ะ หากเราลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ไว้ต่างหาก ไม่ได้ไปยุ่งเกียวกับหนูบ้าน ก็ไม่มีโอกาสได้รับเชื้อนี้ ที่ผ่านมาคุณหมอเองในเมืองไทย ก็ยังไม่เคยพบว่าอุบัติการ ที่แฮมสเตอร์เป็นพาหะนำโรคนี้เลยนะคะ

แต่ที่พบก็มีอาการท้องเสียเนื่องจากการจับถูกอุจจาระหนูแล้วไม่ได้ล้างมือค่ะ ดังนั้นควรจะล้างมือทุกครั้งหลังเล่น หรือ สัมผัสกับหนูค่ะ เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของเพื่อนๆ ส่วนโรคอื่นๆที่เป็นไปได้ก็คือ การที่แผลหายช้ากว่าปกติบ้าง เนื่องจาก แฮมสเตอร์ไม่ได้แปรงฟัน ไม่เหมือนคน ดังนั้นเวลากัด ฟันอาจจะไม่สะอาด และทำให้แผลหายช้า

ไหนๆ เพื่อนๆก็สนใจเรื่องโรคนี้แล้ว ดังนั้น พวกเรามา ทำความรู้จักกับโรคฉี่หนูที่แท้จริงกันดีไหมคะ

  ความรู้เรื่องโรคฉี่หนู



โรคนี้มีชื่อภาษาชาวบ้านเรียกว่า "โรคเยี่ยวแดง" เพราะเมื่อเป็นแล้วจะมีอาการเป็นไข้และปัสสาวะออกมาเป็นสีแดง เพราะฉี่ออกมาเป็นเลือด มีอีกชื่อว่า "เล็ปโตสไปโรซิส" เพราะเกิดจากมาจาก เฃื้อแบคทีเรีย ชื่อ เล็ปโตสไปรา ที่จริงแล้ว สัตว์หลายชนิดก็สามารถที่จะแพร่โรคนี้ได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นหนู ไม่ว่าจะเป็น สุนับ แมว วัว หมู ม้า แพะ แกะ ก็แพร่โรคนี้ได้เหมือนกัน

แต่ที่คนไทยเรียกกันว่าโรคฉี่หนูนั้นเป็นเพราะว่าพบว่าระบาดในประเทศไทยครั้งแรกนั้นมาจากหนูสกปรกตามบ้าน หรือ ที่เรานิยมเรียกว่า หนูท่อ และเริ่มติดปากคนมากขึ้นหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม ที่โรคนี้แพร่ระบาด การระบาดมักพบมากเมื่อเกิดน้ำท่วมขึ้นเพราะเชื้อสามารถอยู่ในน้ำได้ และแพร่กระจายไป ซึ่งตอนนั้นก็ได้มีโฆษณาออกมารณรงค์ป้องกัน กัน โรคฉี่หนูนี้ คนไทยจึงยังมีความเข้าใจผิดกับโรคนี้อยู่

การติดต่อมักเกิดจากการกินเชื้อเข้าไป หรือเชื้อเข้าตามเยื่ออ่อนของร่างกาย เช่นปาก เหงือก เยื่อเมือก หรือบาดแผล เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายมันจะกระจายไปยังอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะที่ตับ และไต และทำให้สัตว์ หรือคนที่ป่วยเกิดการอักเสบของไต และตับได้ โดยเฉพาะที่ไตเชื้อจะสามารถออกมากับปัสสาวะได้ ปัสสาวะของพาหะที่ป่วยก็เป็นแหล่งแพร่เชื้อได้ อาการของผู้ป่วยที่พบได้บ่อยๆก็คือเบื่ออาหาร ฉี่เป็นเลือดตัวเหลือง อาจมีไข้ขึ้นๆลงได้

สำหรับในหนูนั้นโอกาสที่จะติดเชื้อจะมีน้อย หนูที่เราเลี้ยงเอาไว้ในกรงไม่ได้ไปไหน ไม่ได้สกปรกจนหนูบ้านหนูท่อที่สกปรกเพ่นพ่านที่มีเชื้อมาติด ไปอยู่ในน้ำสกปรกที่ขังมีเชื้อโรค ไม่ได้มีสัตว์ที่เป็นพาหะมาติด ไม่ได้อยู่ในเขตโรคระบาดก็จะมีโอกาสติดได้น้อยมากๆๆ ซึ่งถ้ามีการระบาดของโรคนี้ในเขตใด จะมีหน่วยงานที่ควบคุม เรื่องโรคระบาดแจ้งมาอยู่แล้ว ว่ามีการระบาดเกิดขึ้น เราก็จะป้องกันได้
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเล่นกับหนูแฮมสเตอร์หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ เราก็ควรจะทำความสะอาดล้างมือทุกๆครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับเชื้อโรค หรือป้องกันไม่ให้อุจาระหรือปัสสาวะ รวมทั้งสิ่งสกปรกติดมือเรามาด้วย และเพื่อความสะอาดและอนามัยของผู้เลี้ยงและสุขภาพของสัตว์เลี้ยงค่ะ
ยังไม่เคยมีรายงานว่าพบโรคนี้ในหนูแฮมสเตอร์ค่ะ ซึ่งเคยสอบถามจากสัตวแพทย์คุณหมอบอกว่าหนูแฮมสเตอร์ที่เราเลี้ยงเอาไว้เอง ไม่ได้ออกไปไหน ไม่ได้มีปัจจัยเสี่ยงอะไร ก็ไม่น่าจะติด โอกาสเป็นโรคนี้จะน้อยมาก

แต่อย่างไรก็ตาม กันไว้ดีกว่าแก้ จริงไหมคะ
สรุปว่าควรจะรักษาความสะอาดที่อยุ่อาศัยของแฮมสเตอร์ให้ดีค่ะ และหลังเล่นกับหนูทุกครั้งก็ควรจะล้างมือด้วย

  แฮมสเตอร์และโรคพิษสุนัขบ้า

เพื่อนๆ อาจจะเคยได้ยินว่า แฮมสเตอร์ควรจะได้รับการฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าด้วย ที่เป็นเช่นนี้ เพราะแฮมสเตอร์เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่ง โรคนี้จะสามารถติดต่อได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ ในความเป็นจริงแล้ว โอกาสที่แฮมสเตอร์จะติดโรคนี้ นั้น โอกาสน้อยมากๆ ทั้งนี้เนื่องจาก แฮมสเตอร์ไม่สามารถจะผลิตเชื้อนี้ได้เองเช่นกัน หากติดเชื้อนี้ ก็จะเกิดจากการโดนสุนัขซึ่งติดเชื้อนี้กัดเอา ซึ่งโอกาสเป็นไปได้น้อย เพราะแฮมสเตอร์เป็นสัตว์เล็กมาก หากโดนสุนัขกัด ก็คงจะตายไปเนื่องจากบาดแผลก่อนแล้ว หรือหากมีอาการก็จะเกิดเร็วจนสังเกตได้ แต่จากสถิติแล้ว โอกาสน้อยมากๆ

ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงไม่นิยมฉีดยาป้องกันพิษสุนัขบ้าให้แฮมสเตอร์ เนื่องจากไม่มีความจำเป็น และ ยังเสี่ยงต่อการได้รับยาเกินขนาด เพราะแฮมสเตอร์มีขนาดตังเล็กมาก การคำนวณปริมาณยานั้น ค่อนข้างยาก แฮมสเตอร์อาจจะได้รับอันตรายจากการได้ยาเกินขนาด เป็นต้น

   เมื่อโดนแฮมสเตอร์กัดต้องทำอย่างไร
หากเพื่อนๆ โดนแฮมสเตอร์กัด ควรจะรีบล้างมือด้วยสบู่กำจัดเชื้อแบคทีเรีย และหยอดยาเบตาดีน ค่ะ

ขอให้มีความสุขกับการเลี้ยงแฮมสเตอร์นะคะ แล้วอย่าลืมล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังจากเล่นกับเจ้าตัวน้อยนะคะ

@ ^________^ @

 

 

Web Site Copyright ePetThailand.com, 2002. All Rights Reserved.