วิธีดูว่าหนูท้องและการเตรียมตัว  

จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวท้องหรือไม่

    เมื่อแม่หนูท้อง แม่หนูจะมีลักษณะอ้วนขึ้นกว่าปกติจนเห็นได้ชัด โดยจะป่องออกมากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับปริมาณลูกๆในท้อง ให้สังเกตว่าระหว่างนี้แม่หนูส่วนใหญ่จะมี พฤติกรรมการทำรัง เช่นจะสำรวจไปมาเพื่อหาที่ๆปลอดภัยสำหรับการคลอดลูก และพยายามหาวัสดุมาทำรังอีกด้วย ซึ่งเราสามารถจะช่วยแม่หนูได้ โดยการฉีกทิชชู่นุ่มๆเป็นเส้นยาวๆลงไปในกรง แม่หนูจะมาเอาไปรวมกันเพื่อทำเป็นรัง ระหว่างนี้แม่หนูจะกินเก่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย นอกจากนี้เราอาจจะเห็นอีกว่าแม่หนูบางตัว ที่รู้ตัวว่าท้อง จะพยายามไล่กัด หนูตัวอื่นให้ออกจากกรง ที่เป็นเช่นนี้เพราะเค้ารู้ตัวดีว่าอีกไม่นานลูกๆจะคลอดออกมา เค้าเกรงว่าลูกจะโดนหนูตัวอื่นทำร้ายค่ะ

หากแม่หนูท้องต้องเตรียมตัวอย่างไร
 
   เมื่อเรารู้ว่าแม่หนูท้อง สิ่งแรกที่เราควรจะเตรียมก็คือ

ให้อาหารและน้ำอย่าให้ขาด
ควรจะให้อาหารแก่แม่หนูอย่าให้ขาด รวมทั้งน้ำด้วย เพื่อให้แม่หนูมีร่างกายแข็งแรง และลูกที่ออกมาจะได้แข็งแรง
หาที่หลบให้แก่แฮมสเตอร์
เพื่อให้แม่หนูรู้สึกปลอดภัย อาจจะเป็นกล่องกระดาษเจาะรู หรือบ้านไม้ เพื่อให้แม่หนู มีที่สำหรับออกลูก
เปลี่ยนวัสดุปูพื้นใหม่
เพราะหลังจากแม่หนูออกลูก ออกมาแล้ว เราจะต้องไม่ไปรบกวนแม่หนูและลูกเด็ดขาด จำกฏเหล็กได้ไหมคะ (หากจำไม่ได้ล่ะก็ คลิ๊กอ่านที่นี่ค่ะ ) ด้วยเหตุนี้ หากไม่เปลี่ยนตอนนี้จะต้องรออีกนานเลย
แก้ไขภาชนะใส่น้ำ
ให้ใช้กระบอกน้ำแทนการใส่น้ำในภาชนะ เพราะเมื่อลุกหนูคลอดออกมาแล้ว ลูกหนูจะคลานสะเปะสะปะ และอาจจะปีนลงไปในกระบอกน้ำและจมน้ำตายได้ หรือหากใครหากระบอกน้ำไม่ได้จริงๆ ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นภาชนะที่สูงพอ เพื่อให้ลูกหนูปีนขึ้นไปไม่ได้และลดระดับน้ำให้ต่ำลง เพื่อให้ลูกหนูไม่จมน้ำตาย หากหล่นลงไปจริงๆ แต่ข้อควรระวังก็คือต้องหมั่นตรวจน้ำและอาหารอย่าให้ขาด เพราะหากขาด แม่หนูจะรู้สึกกลัวว่า จะไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ เช่น อาหารและน้ำไม่พอ แม่หนูก็จะกินลูกเช่นกัน ไม่ต้องห่วงว่าลูกหนูจะกินน้ำจากกระบอกไม่ได้ เพราะว่าตราบใดที่ลุกหนูยังไม่หย่านม ลูกหนูจะได้รับน้ำจากน้ำนมแม่ ไม่ต้องกินน้ำเองค่ะ
แยกหนูตัวอื่นที่ไม่ใช่คู่ออกไป
หากเราเลี้ยงหนูรวมกันเยอะๆ จะเห็นว่าเมื่อแม่หนูท้องจะดุ และจะไล่กัดหนูตัวอื่นๆ โดยเฉพาะหนูที่ไม่ใช่คู่ของตัว เพราะแม่หนูรู้ตัวว่าจะออกลูกค่ะ เค้ากลัวว่าลูกจะไม่ปลอดภัย อาจโดนหนูตัวอื่นทำร้ายได้ จึงต้องขับไล่หนูตัวอื่นๆออกจากกรงให้หมด
แยกหรือไม่แยกพ่อหนู
เคยอ่านพบว่าไม่ต้องแยก เพราะพ่อหนูจะช่วยแม่หนูเลี้ยงลูกได้ เราก็เลยไม่ได้แยกพ่อหนูออกมา ก็ปรากฏว่าแม่หนูไม่ได้กินลูกนะคะ คลอดออกมาลูกปลอดภัยดี แต่พ่อหนูดันพิเรน ไปขโขมยลูกมาจากแม่หนูค่ะ เอามาเลี้ยงเอง ตอนนั้นเราหาตั้งนานว่าลูกหนูหายไปไหนตัวนึง ก็เลยหาใหญ่ ปรากฏว่าไปเจอว่าพ่อหนูขโมยไปเลี้ยงค่ะ โดยลูกหนูก็ไม่รู้เรื่องนอนหลับหูหลับตาดูดนมพ่อหนูใหญ่ พ่อหนูเองก็คงคิดว่าตัวเองมีนมให้ลูกกิน เราก็เลยต้องแยกพ่อหนูออกไปในที่สุด เพราะจุ้นจริงๆ ซึ่งแม่หนูก็เลี้ยงลุกเองได้ค่ะ ส่วนในการออกลูกครั้งถัดมา เราเห็นว่าแม่หนูพยายามขับไล่ตัวผู้ ไล่แบบไล่กัด หากเค้าขับไล่ตัวผู้ล่ะก็ แสดงว่าเค้าไม่ยอมรับ หรือไม่ไว้ใจตัวผู้ค่ะ ว่าจะมาทำอันตรายลุกหรือเปล่า จึงพยายามไล่ออกจากกรง ถ้าเป็นแบบนั้นเราควรจะแยกหนูตัวผู้ออกไปค่ะ เพราะหากแม่หนูไม่ยอมรับจะกินลุกได้เช่นกัน

เมื่อแม่หนูท้องแก่ใกล้คลอด
 
   ดูจากภาพด้านล่างค่ะ ภาพซ้ายมือเป็นภาพแม่หนูก่อนคลอดลุก

 

หนูตัวเมียที่ท้องแก่

สังเกตุเทียบกับภาพทางขวามือ ภาพนี้คือภาพหนูตัวเมียในคืนก่อนที่จะคลอดลูก
ให้สังเกตว่าจะมีน้ำเอ่อ ที่อวัยวะเพศ (ลูกศรสีน้ำเงิน) และจะมีนมชัดเจน เพื่อเตรียมพร้อมแก่การให้นมลูก (ลูกศรสีเขียว)

  หนูตัวเมียธรรมดา ที่ไม่ท้อง

 

Web Site Copyright ePetThailand.com, 2001. All Rights Reserved.