ระหว่างที่เราพยายามแทะกล่องกระดาษนั้น
หนูเริ่มมีความหวัง ระหว่างนั้น หนูก็นึกถึงอีกแล้ว บ้านอันแสนอบอุ่น
ที่เราเคยอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า ในกล่อง 4 เหลี่ยมสีขาวที่หนูโตมานั้น
น่าอยู่กว่ากล่องกระดาษอบๆ นี่มากมาย ที่นั่น มีน้ำ มีอาหาร และมีแม่รออยู่
ป่านนี้ไม่รู้เหมือนกัน ว่าแม่จะเป็นยังไงบ้าง หนูอยากจะออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
หนูยิ่งแทะกล่องให้เร็วขึ้น แต่แล้วจู่ๆ กล่องกระดาษที่เราอยู่
ก็ถูกยกลอยขึ้น และเอียงวูบไป หนูตกใจมาก เราโดนเหวี่ยงไปมาซ้ายที
ขวาที อย่างบ้าคลั่ง ตามแรงแกว่งของกล่อง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ
หลายๆ ครั้ง ที่หนูเซไปกระแทกเข้ากับข้างกล่องกระดาษ หนูและพี่ตกใจ
และวิ่งวนไปมาซ้ายทีขวาที ด้วยความตกใจ และพยายามใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมดที่เรามี
ในการหาทางออกจากกล่องมืดๆใบนี้
แรงเหวี่ยงไปมาที่เกิดขึ้น มันคืออะไร แผ่นดินไหว หรือว่าอะไรกันแน่
หนูไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่ว่า หนูคงจะทนการเหวี่ยงแบบนี้ได้ไม่นาน
เพราะว่า หนูเริ่มวิงเวียน ไปหมด (เคยมีคนเปรียบเทียบการเหวี่ยงไปมานี้กับไวกิ้ง
ซึ่งหนูไม่รู้จักหรอกนะ ว่าไวกิ้งน่ะ คืออะไร กินได้รึเปล่า แต่ถ้าใครรู้จักไวกิ้งคงจะเข้าใจแหละเนอะ)
เสียงคนดังขึ้น
เฮ้ย ถือดีๆสิ อย่าแกว่งมาก เดี๋ยวมันก็ตายพอดี
มาถือเองสิ
กล่องยังคงเหวี่ยงไปมาไม่ต่างจากเดิมเลย แม้จะวิงเวียน น่าคลื่นไส้
แต่หนูยังไม่ทิ้งความตั้งใจ หนูพยายามจะตรงมายังรูกล่องที่เคยแทะไว้
แต่ว่า กล่องก็ยังคงเหวี่ยงไปมา พร้อมกับเสียงฝีเท้า จนหนูรู้สึกเวียนหัว
เมื่อหนูพยายามเพ่งมองไปยังรูที่หนูได้แทะเอาไว้ รูยังไม่ใหญ่ขึ้นเท่าไร
ตัวเราคงผ่านไปไม่ได้แน่ๆ แต่มีแสงแดดสว่างจ้า ลอดผ่านรูเหล่านี้เข้ามา
แสบตาไปหมด หนูคิดถึงแม่อีกแล้ว เวลากลางวันแบบนี้ หากหนูยังอยู่กับแม่
หนูคงจะนอนหลับอย่างเป็นสุขอยู่ข้างๆแม่ แต่ตอนนี้ หนูอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้
ความหวังที่จะกลับบ้าน เริ่มเลือนลาง
แสงแดดที่สว่างจ้านี้ไม่ได้นำแต่ความสว่างเข้ามา แต่นำความร้อนอบอ้าวเข้ามาในกล่องที่เราอยู่ด้วย
อากาศรอบๆตัวเราเริ่มร้อนอบอ้าว ขึ้นเรื่อยๆ
หนูร้อน อบอ้าว วิงเวียนไปหมด และที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ หนูหิวน้ำ
แต่ว่า หนูจะหาน้ำได้จากที่ไหน ที่นี่ไม่มีอะไรเลย
ที่จริงแล้ว คน จะรู้ไหมว่า น้ำก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกเรา
ไม่แพ้กัน อย่างน้อย หากระหว่างการเดินทาง ไม่มีแหล่งน้ำให้เรา
แต่ว่า มีผลไม้ชุ่มน้ำ เช่น แตงโม หรือว่า แตงกวา สดๆ ก็ยังดี เพราะเราจะได้รับน้ำจากการกินผัก
ผลไม้เหล่านี้ได้
แม่เคยบอกว่า แฮมสเตอร์อย่างเรา หากอยู่ในที่ร้อนจัดและไม่มีแหล่งน้ำให้ดื่ม
เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายแล้วล่ะก็ แฮมสเตอร์อย่างเราก็มีโอกาสจะเป็นลมหมดสติไปได้
เช่นเดียวกับคนที่ยืนเข้าแถวกลางแดดร้อนจัดนานๆ โดยไม่ได้ดื่มน้ำ เหมือนกัน
แม่เคยเล่าให้ฟังว่า เวลาเดินทางไปมา คน จะกลัวน้ำหก บางคนก็จะใช้ถ้วยพลาสติกเบาๆ
ใส่สำลีชุบน้ำเอาไว้ เมื่อแฮมสเตอร์อย่างเรา หิวน้ำ เราก็จะเข้าไปเลียน้ำจากสำลีเอง
แต่ว่า ในกล่องนี้ไม่เห็นมีถ้วยใส่สำลีที่แม่เคยเล่าให้ฟัง แม้สักอันก็ไม่มี
"ถึงตลาดแล้ว ร้อนชะมัด คนจะมาทำไมกันเยอะแยะไปหมดเนี่ย"
เสียงคนดังขึ้นอีก
ไม่นานนัก หนูก็ได้ยินเสียงดังๆ เป็นเสียงของคนเต็มไปหมดหลายๆ เสียงเป็นเสียงไม่คุ้นเคย
และอากาศที่หายใจดูเหมือนจะเบาบาง แต่ความร้อนอึดอัดกลับมากขึ้น ตอนนี้หนูหิวน้ำเหลือเกิน
ความเพลียและอ่อนล้า ทำให้หนูเริ่มนอนหอบ ตาเริ่มพร่า หนูคิดว่า หนูคงจะไม่ได้กลับไปหาแม่อีกแล้วหละ
แต่ว่า พี่ล่ะ หนูเริ่มนึกถึงพี่ขึ้นมาได้ พี่เป็นอย่างไรบ้าง แม้ตอนนี้ตาหนูจะเริ่มพร่า
ขาเริ่มไม่มีแรง แต่จมูกของหนูยังใช้การได้ดี หนูพยายามรวมรวมกำลังฝืนแรงเหวี่ยงไปมา
เพื่อคลานไปหาพี่
แล้วจมูกก็บอกว่า พี่นอนอยู่ตรงข้างหน้า แต่ว่า เมื่อหนูแตะถูกพี่
หนูรู้สึกแปลกๆ มันเป็นสัมผัสที่เย็นชืด พี่ไม่ขยับ ไม่เคลื่อนไหวอะไรทั้งนั้น
ปากเป็นสีซีดอมม่วง และตัวแข็งเหมือนกิ่งไม้ หนูไม่รู้เหมือนกัน ว่าพี่เป็นอะไร
หนูพยายามร้องเรียก และเอาเท้าหน้าตบๆ เพื่อปลุกพี่
..
แม่จ๋า หนูอยากจะถามแม่ ว่า พี่เป็นอะไร
????
|